นาฬิกาอมตะ

นาฬิกาอมตะ RADO Golden Horse ตำนานเรือนเวลาไอคอนิคจากปี 1957

นาฬิกาอมตะ

นาฬิกาอมตะ RADO Golden Horse ตำนานเรือนเวลาไอคอนิคจากปี 1957

นาฬิกาอมตะ ความอมตะที่ไม่มีอายุมาเป็นข้อจำกัด และไม่ว่าเจเนอเรชั่นไหนก็สามารถเข้าถึงรสนิยมที่เหมือนกันได้ เช่นเดียวกับคอลเลคชั่นล่าสุด ราโด โกลเด้น ฮอร์ส (RADO Golden Horse) ที่หยิบความรู้สึกหวนระลึกถึงอดีตมาผสมผสานกับความโมเดิร์น บาคาร่า ส่งมอบความปรารถนาและแรงบันดาลใจอย่างไม่มีรอยต่อระหว่างวัยจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างประทับใจ

ราโด โกลเด้น ฮอร์ส คอลเลคชั่นแรกภายใต้ชื่อ แบรนด์ราโด (RADO) ถือกำเนิดขึ้นในปี 1957 ทั้งยังเป็นคลาสสิค ไอเท็มที่สะท้อนถึงความเป็นผู้นำในแวดวงผู้ผลิตนาฬิกาที่หลอมรวมแฟชั่นและสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ไว้ด้วยกัน เพื่อเติมเต็มไลน์อัพนี้ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ราโดจึงนำเสนอโมเดลล่าสุดประจำปี 2019 กับ ราโด โกลเด้น ฮอร์ส ในสไตล์คอนเทมโพรารี่ ที่ยังคงดีไซน์พื้นฐานดั้งเดิมไว้ แต่ปรับแต่งดีเทลบางอย่างให้โดดเด่นและโมเดิร์นมากขึ้น อาทิ อัพไซส์ตัวเรือนจาก 37 มิลลิเมตร เป็น 42 มิลลิเมตร, ขอบตัวเรือนที่หนาขึ้น ไปจนถึงเม็ดมะยมที่ดูสะดุดตา ซึ่งองค์ประกอบโดยรวมทั้งหมดนี้ ส่งผลให้รูปทรงที่ได้รับอิทธิพลมาจากดีไซน์วินเทจในยุคก่อนดูมีเอกลักษณ์ที่น่าจดจำยิ่งขึ้น ทั้งยังสื่อถึงตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

– ราโด โกลเด้น ฮอร์ส (Ref. 736.6101.3.110) สนนราคา 63,000 บาท

– ราโด โกลเด้น ฮอร์ส (Ref. 763.6101.3.220, Ref. 763.6101.3.031 และ Ref. 763.6100.3.101)
สนนราคา 66,300 บาท

– ราโด โกลเด้น ฮอร์ส (Ref. 763.6100.3.001) สนนราคา 69,600 บาท

รังสรรค์บนตัวเรือนสแตนเลส สตีล ที่ผสมผสานนวัตกรรมด้านวัสดุที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ล่าสุด อย่าง เซรามอส (CeramosTM) สีโรสโกลด์ ซึ่งประกอบไปด้วยไฮเทคเซรามิก 90% + โลหะอัลลอยด์ อีก 10% หรือจะเป็นวัสดุซิกเนเจอร์อย่าง ไฮเทคเซรามิก ในโทนสีอุ่นไว้อย่างสมดุล มอบประกายหรูหราแบบทูโทนที่ครบถ้วนไปด้วยดีไซน์วินเทจและดีเอ็นเอของราโด ทั้งยังคงคุณสมบัติทนทานต่อรอยขีดข่วนได้อย่างเหนือชั้น มาพร้อมสัญลักษณ์ม้าน้ำคู่ เอกลักษณ์ที่ขาดไม่ได้ประจำคอลเลคชั่นนี้ ประดับบนพื้นหน้าปัดหลากเฉดสี อาทิ หน้าปัดสีเทาเข้ม, สีน้ำเงิน, สีเขียว และสีเงิน ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ ETA C07 ของสวิสซึ่งมีพลังงานสำรองยาวนานถึง 80 ชั่วโมง เลือกจับคู่สายหนังหรือสายสแตนเลส สตีล ที่ให้คุณเปลี่ยนได้ง่ายตามชอบใจ โดยไม่ ต้องใช้อุปกรณ์

สัมผัสเรือนเวลาอันโดดเด่นจากคอลเลคชั่นล่าสุดได้แล้ววันนี้ ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

ขอขอบคุณแหล่งที่มา Kittikun M.…

ไปวัดทำบุญ

ไปวัดทำบุญ การแต่งตัวที่สวยงามและถูกกาลเทศะ

ไปวัดทำบุญ

ไปวัดทำบุญ การแต่งตัวที่สวยงามและถูกกาลเทศะ

ไปวัดทำบุญ เมื่อถึงวันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา คนไทยส่วนใหญ่ก็มักจะนิยมไปเข้าวัด ทำบุญ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และทำจิตใจให้ผ่องใส ทั้งนี้ นอกจากการเตรียมข้าวของสำหรับไปทำบุญแล้ว เรื่องการ แต่งตัวไปวัด ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะวัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น บาคาร่า การแต่งกายเข้าวัดจึงควรให้ความเคารพแก่สถานที่ แต่งให้เรียบร้อย และถูกกาลเทศะ ซึ่งควรจะแต่งอย่างไรดี ? ใครที่ยังไม่รู้หรือยังไม่มีไอเดีย วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปรู้ข้อควรปฏิบัติกันค่ะ
สำหรับการแต่งตัวไปวัด หลักสำคัญที่สาว ๆ ทุกคนควรคำนึงถึงก็คือ การเลือกเสื้อผ้าให้สุภาพเรียบร้อยเข้าไว้ ใส่แล้วไม่โป๊ ไม่ดูเกินงาม และควรเน้นเป็นเสื้อผ้าโทนสีเรียบ ๆ ไม่มีสีสันฉูดฉาด อย่างเช่น สีขาว เป็นต้น โดยวิธีการเลือกชุดนั้นสามารถทำได้ ดังนี้…

ไปวัดทำบุญ

เสื้อ
เสื้อที่สวมใส่ไปวัดควรเน้นเป็นสีขาว แต่เนื้อผ้าก็ไม่ควรโปร่งบางจนเกินไป รวมถึงดีไซน์ของเสื้อก็ควรเรียบร้อย คอไม่เว้าลึก ไม่รัดรูป เพื่อสะดวกในการกราบไหว้พระ นอกจากนี้ก็ไม่ควรใส่เสื้อสายเดี่ยวหรือแขนกุด หรือหากไม่มีจริง ๆ ก็สามารถสวมเสื้อแขนยาวโทนสีเรียบ ๆ อย่างเช่น สีขาว สีครีม สีเทา ทับได้

ไปวัดทำบุญ

กระโปรง หรือกางเกง
กระโปรงหรือกางเกง จริง ๆ แล้วจะเลือกใส่เป็นสีอะไรก็ได้ แต่ไม่ควรมีสีสันที่ฉูดฉาด รวมถึงความยาวของกระโปรงและกางเกงจะต้องไม่สั้นจนเกินไป โดยกระโปรงควรเลือกที่มีความยาวคลุมเข่า ไม่ผ่าหน้าหรือผ่าหลัง ทางที่ดีควรนำผ้าคลุมเข่าไปด้วย เพื่อเอาไว้ใช้คลุมขณะนั่งพับเพียบหรือนั่งสมาธิ ส่วนกางเกงควรเลือกสวมใส่เป็นกางเกงขายาวจะเหมาะสมที่สุด หรือถ้าเป็นกางเกงยีนส์ก็ไม่ควรที่จะใส่เป็นกางเกงยีนส์ขาด เป็นต้น

ไปวัดทำบุญ

ชุดเดรสยาว
ควรเลือกเป็นชุดเดรสสีขาวดีไซน์เรียบ ๆ หรือจะเป็นชุดที่มีลวดลายก็ได้ แต่ไม่ควรเป็นลวดลายที่มีสีสันฉูดฉาดจนเกินไป ช่วงด้านบนของชุดเดรสต้องไม่คอกว้าง ไม่สายเดี่ยว ไม่แขนกุด รวมถึงความยาวของกระโปรงชุดเดรสจะต้องยาวคลุมหัวเข่า

ไปวัดทำบุญ

ผ้าถุง
ทุกวันนี้สาว ๆ หลายคนนิยมนุ่งผ้าถุงหรือผ้าซิ่นไปวัดเพื่ออนุรักษ์ความเป็นไทย ซึ่งวิธีนุ่งผ้าถุงควรใส่ให้ความยาวคลุมถึงข้อเท้า และจับคู่กับเสื้อสีขาวมีแขนที่มีดีไซน์เรียบร้อย หรือหลายคนเลือกที่จะใส่กับเสื้อลูกไม้หรือเสื้อไทยประยุกต์ก็ดูสวยงามไม่เบา

นอกจากการ แต่งตัวไปวัด ที่สาว ๆ ควรคำนึงถึงข้างต้นแล้ว การแต่งหน้าไปวัดก็ควรเน้นแบบใส ๆ ไม่ควรแต่งหน้าเข้มหรือทาปากแดงจนเกินงาม รวมถึงเครื่องประดับต่าง ๆ ก็ควรสวมใส่แต่พอดี ไม่เว่อร์วัง เท่านี้ชุดไปวัดของคุณก็จะเรียบง่ายและดูดีจนใครเห็นก็ต้องชมแล้วล่ะค่ะ

ขอขอบคุณแหล่งที่มา kapook.com…

ประวัติความเป็นมาของ

ประวัติความเป็นมาของ “รองเท้าส้นสูง”

ประวัติความเป็นมาของ

ประวัติความเป็นมาของ “รองเท้าส้นสูง”

ประวัติความเป็นมาของ “รองเท้าส้นสูง” เชื่อกันว่า รองเท้าส้นสูง ถูกคิดค้นขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาให้กับคนขี่ม้าที่มักจะทำเท้าลื่นหลุดจากเหล็กวางเท้า บาคาร่า โดยส้นของรองเท้าที่ใช้แก้ปัญหาการลื่นหลุดนี้จะสูงประมาณ 1 นิ้วถึง 1 นิ้วครึ่ง ปรากฎขึ้นในราวๆ ปี 1500 ซึ่งลักษณะของรองเท้าที่ว่านี้ก็คือรองเท้าบูทของคาวบอยนั่นเอง

รองเท้าสำหรับขี่ม้านี้เองที่เป็นต้นแบบของรองเท้าส้นสูงในช่วง 3 ทศวรรษแรก โดยฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกๆ ที่ใช้รองเท้าส้นสูง โดยเฉพาะในหมู่ผู้ชาย จนส้นรองเท้าเริ่มสูงขึ้นและบางลงจนไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการขี่ม้าได้อีก แต่กลับใช้เป็นแฟชั่นเฉพาะในราชสำนักแทน ซึ่งช่วงปี 1600 รองเท้าส้นสูงของผู้ชายเมืองน้ำหอมนั้นสูงประมาณ 3-4 นิ้วทีเดียว

ประวัติความเป็นมาของ

ทั้งนี้ ในปี 1533 ภรรยาแคระของดุ๊กออฟออร์ลีนส์ที่ชื่อ แคทเธอรีน เดอ เมดิซี ได้ไหว้วานให้ช่างทำรองเท้าออกแบบรองเท้าให้เธอคู่หนึ่งให้เป็นได้ทั้งรองเท้าแฟชั่นและเพื่อเพิ่มความสูงของเธอ ซึ่งรองเท้าของเธอคู่นี้เพิ่มพื้นรองเท้าให้สูงขึ้นทั้งด้านนิ้วเท้าและส้นเท้าด้วย ทำให้มีลักษณะคล้ายรองเท้าส้นตึก แต่ตรงส้นจะมีความสูงมากกว่า

จากนั้นมา รองเท้าส้นสูงก็เป็นที่นิยมแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ทั้งชายและหญิงในราชสำนักของฝรั่งเศส และยังกระจายไปถึงพวกชนชั้นขุนนางในประเทศอื่นๆ อีก จนรองเท้าส้นสูงกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ดังนั้น ทั้งชายและหญิงจึงเริ่มใส่รองเท้าส้นสูงเพื่อแสดงออกถึงความเป็นชนชั้นสูงตลอดศตวรรษที่ 17 และ18

อย่างไรก็ดี เมื่อเข้าใกล้ช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส ในช่วงปลาย 1700 ความนิยมใส่รองเท้าส้นสูงก็เริ่มเสื่อมลง และตลอดศตวรรษที่ 18 ทั้งชายและหญิงเลือกที่จะใส่รองเท้าพื้นราบและรองเท้าแตะแทน ทว่า แฟชั่นรองเท้าส้นสูงกลับฟื้นขึ้นอีกครั้งราวปลายศตวรรษที่ 18 ในหมู่สาวๆ ทั่วไป

ประวัติความเป็นมาของ ประวัติความเป็นมาของ ประวัติความเป็นมาของ

ขอขอบคุณแหล่งที่มา tvpoolonline.com…

ดวงตาสวยเริ่ด

ดวงตาสวยเริ่ด !! ตาสวยแบบฟรุ้งฟริ้ง

ดวงตาสวยเริ่ด

ดวงตาสวยเริ่ด !! ตาสวยแบบฟรุ้งฟริ้ง

ดวงตาสวยเริ่ด !! ตาสวยแบบฟรุ้งฟริ้ง

คอนแทคเลนส์ เมื่อก่อนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ ปรับสายตา สำหรับผู้มีปัญหาสายตาเท่านั้น แต่ปัจจุบันกลายเป็นแฟชั่นบนดวงตาที่นิยมกันมากในหมู่วัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็น คอนแท็กต์เลนส์ที่ใส่แล้วปรับสีดวงตาเป็นสีต่างๆ ได้ดังใจ ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำตาล เทา ฟ้า เขียว หรือคอนแท็กต์เลนต์บิ๊ก อายส์ บาคาร่า ที่ใส่แล้วดวงตาจะกลมโต ดูแล้วคิกขุ อาโนเนะ
สาวๆคนไหนไม่อยากตกเทรนด์สำหรับแฟชั่นคอนแทคเลนส์ เรียกว่าใส่ปุ๊บแบ๊วปั๊บ สวยได้แค่ 1 นาที ด้วยสายตาแบบฟรุ้งฟริ้ง!!!

ดวงตาสวยเริ่ด

ดวงตาสวยเริ่ด

ดวงตาสวยเริ่ด

ขอขอบคุณแหล่งที่มา tvpoolonline.com…

โมเดลสุดเจ๋งแห่งปี

โมเดลสุดเจ๋งแห่งปี 2019 !! แกะกล่อง ASICS GEL-BND™

โมเดลสุดเจ๋งแห่งปี

โมเดลสุดเจ๋งแห่งปี 2019 !! แกะกล่อง ASICS GEL-BND™

โมเดลสุดเจ๋งแห่งปี 2019 !! แกะกล่อง ASICS GEL-BND™

5nอเป็นอีกหนึ่งโมเดลแห่งปี 2019 ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงสำหรับ ASICS GEL-BND™ สนีกเกอร์สุดล้ำจากแบรนด์ ASICS ที่กลับมาสร้าง ความตื่นเต้น (พร้อมสีใหม่) อีกครั้งหลังจากที่วางขายไปครั้งแรกในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนี้ ASICS GEL-BND™ ก็มาพร้อมกับ 7 สีให้เลือกโดยมี 2 สีที่วางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟ (เฉพาะใน JD Sports) บาคาร่า วันนี้เราจึงไม่พลาดที่จะหยิบเอาสียอดนิยมอย่างขาว/เขียวมาแกะกล่องให้เพื่อนๆที่กำลังสนใจในสนีกเกอร์รุ่นนี้ได้ดูกันครับ

โมเดลสุดเจ๋งแห่งปี

สำหรับโมเดล ASICS GEL-BND™ นี้จะมาในรูปแบบกล่องเท่ๆตามแบบฉบับแบรนด์ ASICS โดยเป็นกล่องสีขาวสกรีนคำว่า ASICS GEL ขนาดใหญ่พร้อมลวดลายของแบรนด์ที่มองเห็นก็รู้แน่ๆว่านี่แหละคือแบรนด์ ASICS

สัมผัสแรก

โมเดลสุดเจ๋งแห่งปี

ถึงแม้จะมีความเป็น Chunky Sneakers แต่ ASICS GEL-BND™ ก็มีน้ำหนักที่ค่อนข้างเบาเนื่องจากวัสดุส่วนใหญ่เป็นหนังผ้าตาข่ายและพื้นโฟมส่วนดีไซน์แน่นอนว่าเป็นการหยิบเอาบางส่วนของตำนานสุดคลาสสิกอย่าง GEL-DIABLO™ และ GEL-KAYANO™ 5 OG มาใช้จึงทำให้มองโดยรวมแล้วมีกลิ่นอายของความวินเทจแต่ก็ทันสมัยไปพร้อมๆกันยิ่งโดยเฉพาะสีสันที่คิดว่าทางแบรนด์ได้จับคู่สีมาให้แล้วอย่างลงตัวซึ่งคู่ที่เรารีวิวมองเผินๆภายนอกอาจดูสีสันฉูดฉาดไปสักหน่อยแต่เมื่อได้ลองสวมใส่แล้วกลับกลายเป็นว่าสีเหล่านี้สามารถเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ

จุดเด่น

โมเดลสุดเจ๋งแห่งปี

ASICS GEL-BND™ มาพร้อมจุดเด่นหลักๆตั้งแต่การนำโมเดลรุ่น GEL-BONDI™ มาปัดฝุ่นด้วยการใส่กลิ่นอายของ GEL-DIABLO™ และ GEL-KAYANO™ 5 OG ลงไปจึงทำให้รองเท้าคู่นี้มีดีไซน์ออกไปทางสตรีทสไตล์เพิ่มมากขึ้น

ในส่วนของตัวพื้นรองเท้าถึงแม้จะเขียนว่า GEL แต่ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจาก GEL รุ่นอื่นๆ น่าจะเป็นเพราะผลิตจากวัสดุจำพวก EVA ผสานกับนวัตกรรม GEL ที่อาจจะไม่ได้ไปสาย Performance จ๋า แต่ก็ให้สัมผัสที่เบาสบายเท้าในยามเดินได้เช่นเดียวกัน

โมเดลสุดเจ๋งแห่งปี

ในส่วนของ Upper นั้นจะทำจากวัสดุจำพวกหนังผสมผสานกับผ้าตายข่ายที่ให้ความกระชับไปพร้อมๆ กับการระบายอากาศได้ดี หนุ่มๆ ที่เหงื่อออกเท้าเป็นประจำน่าจะชอบพอสมควร

โมเดลสุดเจ๋งแห่งปี

และอย่างที่บอกเรื่องการจับคู่สีที่คิดมาให้แล้วว่าสีไหนอยู่ด้วยกันแล้วลงตัวซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสีที่ให้ความรู้สึกแบบวินเทจและมี 2 สีพิเศษ (ขาวล้วนและดำล้วน) ที่วางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะ JD Sports เท่านั้น

สรุป
ASICS GEL-BND™ คือ Chunky Sneakers ในปี 2019 ที่หยิบเอาโมเดลรุ่นคลาสสิกมาใส่ดีไซน์ให้มีความทันสมัยมากขึ้น แถมมีราคาค่าตัวเพียง 2,700 บาทจึงทำให้ ASICS GEL-BND™ กลายเป็นสนีกเกอร์อีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามองในปีนี้…

ขอขอบคุณแหล่งที่มา Nomad609…

เคล็ดลับทำให้หน้าฉ่ำวาว

เคล็ดลับทำให้หน้าฉ่ำวาว สวยตามธรรมชาติ

เคล็ดลับทำให้หน้าฉ่ำวาว

เคล็ดลับทำให้หน้าฉ่ำวาว สวยตามธรรมชาติ

เคล็ดลับทำให้หน้าฉ่ำวาว สวยตามธรรมชาติ นอกจากนิยมแต่งตัวให้คิ้วท์เหมือน สาวเกาหลี แล้ว ‘หน้าฉ่ำวาว’ ก็เป็นอีกหนึ่งความต้องการของผู้หญิง งั้นมาค่ะ ทำให้ ‘หน้าฉ่ำวาว’ แบบไม่มันเยิ้ม

การทำหน้าให้ ‘ฉ่ำวาว’ เหมือนไม่ได้ตั้งใจ บาคาร่า เพราะผิวดีอยู่แล้วไงอะไรเบอร์นี้แหละค่ะ ไม่ใช่หน้ามันเยิ้มเหมือนเพิ่งทำกับข้าวเสร็จมาหมาดๆ นะ แต่นี่คือ ทำผิวให้เหมือนสาวเกาหลีจริงๆ จ้า ถ้าพร้อมแล้วก็อย่ามัวรอช้าเลย ตามมาดู ‘How To ทำให้หน้าฉ่ำวาว แบบไม่มันเยิ้ม’ กันเลยจ้า

1. ให้ตรงกับสภาพผิว

ขั้นแรก เวลาที่เราอยากให้ผิวออกมาฉ่ำๆ ดูดีไม่อายสาวเกาหลีก็ต้องรู้จักดูแลผิวของตัวเองให้ดีก่อนค่ะซิส ไม่งั้นผิวก็จะไม่ออกมาฉ่ำ แต่จะออกมาแฉะๆ เละๆ ไงล่ะจ๊ะ สิ่งที่สำคัญสำหรับการดูแลผิวก็คือ

หนึ่ง เราต้องรู้จักสภาพผิวของตัวเองให้ดีซะก่อน (ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม ผิวแพ้ง่าย)

สอง หลังจากรู้แล้วว่าเราเป็นสาวสภาพผิวไหน ก็ต้องเลือกครีมบำรุงให้ถูกกับผิว

ง่ายๆ คือ สาวผิวแห้งเติมความชุ่มชื้นให้ผิวมากๆ ส่วนสาวผิวมันไม่ควรใช้ออยเพราะจะยิ่งทำให้หน้าผลิตน้ำมันเยอะ

พอรู้แล้วก็อยู่ในขั้นตอนของการบำรุงผิวแล้ว ถ้าบำรุงดี ใช้ถูกกับผิว ก็จะได้ผิวเป๊ะๆ มาก่อนเลยล่ะซิส

เคล็ดลับทำให้หน้าฉ่ำวาว

2. ดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อบำรุงผิว

วิธีที่ทำควบคู่ไปกับการดูแลผิวให้ฉ่ำๆ ก็คือ การดื่มน้ำมากๆ การดื่มน้ำให้เป็นนิสัยถือเป็นเรื่องที่ดีที่ควรรู้ไว้เลยค่ะซิส เพราะนอกจากจะช่วยในระบบของร่างกายแล้ว เรื่องผิวพรรณก็เห็นผลได้ดีเลยทีเดียวนะ สังเกตไอดอลเกาหลี มักจะดื่มน้ำเยอะมาก ในวันหนึ่งบางคนก็ 3-5 ลิตรต่อวัน นั่นเพราะน้ำมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณและทำให้ผิวชุ่มชื้นมากขึ้นด้วย ดังนั้นซิสก็คือที่จะดื่มน้ำให้เป็นนิสัยเอาไว้เลยจ้า

3. ทำหน้าฉ่ำวาวด้วยมอยเจอไรเซอร์

สาวๆ ที่เป็นสาวผิวแห้ง และอยากจะมีผิวหน้าฉ่ำวาว แนะนำให้ก่อนแต่งหน้าลงมอยเจอร์ไรเซอร์เยอะๆ โบกเข้าไป แต่ระหว่างที่ทาครีมหนึ่งตัว ให้พักหน้าไว้สัก 3-5 นาที เพื่อให้ครีมที่ทาเข้าสู่ผิวได้อย่างมั่นใจว่า แต่งหน้าไปแล้วจะไม่เป็นคราบ เพราะถ้าเราทาครีมลงไปมากๆ ติดต่อกันโดยไม่เว้นช่วงให้ครีมได้ซ้ำ พอถึงขั้นตอนการแต่งหน้าแล้ว มันจะเป็นคราบเหนอะๆ นั่นเองค่ะซิส

4. ไม่ต้องลงแป้งทั่วหน้า โดยเฉพาะช่วงที่อยากให้ผิวฉ่ำ

สำหรับใครที่ชอบแต่งหน้าแล้วอยากได้ความฉ่ำวาวเข้าช่วย ต้องลืมขั้นตอนของการลงแป้งฝุ่น แป้งฝุ่นอัดแข็งผสมรองพื้นไปได้เลยจ้า! เพราะถ้าเรายิ่งเซทแป้งลงไปบนหน้า มันก็จะยิ่งทำให้ผิวเกิดความแมตต์นั่นเอง อย่างถ้าซิสลงครีมบำรุง > ครีมกันแดด > ต่อด้วยรองพื้นบางๆ ไม่ต้องหนาเตอะ จบขั้นตอนนั้นก็คือ ข้ามการลงแป้งทุกชนิดไปได้เลย หรือถ้าใครบอกว่า หน้าจะมันมากโดยเฉพาะช่วง T-Zone ก็ยังอนุโลมให้ลงช่วยนั้นได้อยู่

ส่วนจุดไหนที่อยากให้ฉ่ำวาวเป็นพิเศษก็ควรเว้นแป้งเอาไว้ไม่ต้องไปทามันนะ เพราะอย่างที่บอกไปเลยจ้า ความวาวแววจะหายไปทันทีเด้อ รู้อย่างนี้แล้วก็ข้ามมันไปได้เลยซิส

5. ไฮไลท์ตัวช่วยตัวเด็ด เป๊ะแน่นอน

ยังไม่พอค่ะยังไม่พอ! สำหรับขั้นตอนนี้เชื่อว่าทุกคนคงคุ้นเคยอยู่แน่นอน สำหรับขั้นตอนการแต่งหน้าขั้นตอนเกือบสุดท้าย ที่อยากได้ความเกาหลี้เกาหลี ใครไม่รู้จักไอเทมนี้คือ พลาดมาก เพราะนางเป็นตัวช่วยให้หน้าสาวๆ กลายเป็นออลจังเกิร์ลได้อย่างสบาย พูดมาได้ตั้งนาน เป็นอะไรไปไม่ได้ค่ะซิส นอกจากไฮไลท์นั่นเอง

ซึ่งเจ้าตัวไฮไลท์ก็จะช่วยสร้างโครงหน้าของเราให้ดูมี shape ขึ้น ยิ่งถ้าลงพร้อมกับคอนทัวร์ด้วยนะ คือเริ่ดมาก ส่วนตัวไฮไลท์มีมีหลายสีหลายแบบค่ะซิส อาจจะต้องเลือกตามสีผิวของเรา มีทั้งขาว ทอง เงิน โรสโกลเลยจ้า ส่วนเนื้อก็มีทั้งเนื้อฝุ่น เนื้อครีม เนื้อมูส เยอะมากแม่ ใครชอบแบบไหนก็ลองไปเทสกันก่อนได้เลย

เคล็ดลับทำให้หน้าฉ่ำวาว

6. รองพื้น/ครีมที่ผสมชิมเมอร์ วาวๆ

อีกหนึ่งตัวช่วยเรื่องหน้าฉ่ำวาวแบบสาวเกาหลี ก็คงหนีไม่พ้น ตัวรองพื้นหรือครีมบำรุงที่ผสมเนื้อฉ่ำวาว มีความโกลว์ๆ ไปเองแบบไม่ต้องเพิ่มไฮไลท์ให้กับหน้าเลยค่ะซิส ซึ่งเจ้าตัวรองพื้นเค้าก็มีหลายแบรนด์ที่ดีไซน์มาให้สำหรับสาวๆ ที่ชอบความวาว โดยเฉพาะแบรนด์เกาหลี ซึ่งก็ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าวาวๆ อยู่แล้ว ส่วนใหญ่สาวเกาหลีจะลงรองพื้นแล้วไม่ลงแป้งค่ะซิส เพราะมันจะยิ่งทำให้หน้าไม่มีมิติ ดูไม่เนียนแบบธรรมชาตินั่นเอง งั้นก็มาทุ่มเทกับรองพื้นให้จบๆ ไปเลยดีกว่า

7. ใช้คุชชั่นเพิ่มความวาว

อย่างที่รู้กันดีค่ะซิส ว่าสาวเกาหลีเค้าจะไม่ใช่แป้งพัฟหรือแป้งผสมรองพื้นเท่าไหร่ หรือลงก็จะลงน้อยมากๆ เค้าก็เลยหันมาใช้คุชชั่น BB CC ครีม เพื่อให้ได้ลุคฉ่ำๆ ไม่แมตต์ ซึ่งคุชชั่นก็คือ รองพื้นนั่นเองล่ะจ้า เนื้อเค้าอาจจะเบากว่า แต่จะมีความเป็นงานผิวมากกว่า ซึ่งมันก็คล้ายๆ กันเลย แต่คุชชั่นเค้าก็จะมี ‘พัฟ’ มาให้ให้ tap ลงบนหน้า เรียกได้ว่าเป็นงานผิวที่ธรรมชาติที่แท้ทรูเลยจ้า

หรืออีกวิธีของสาวเกาหลีก็คือ การลงเจลหรือลิปมันบางๆ หรือเนื้อเจลอะไรที่ใสๆ แล้วทาบางๆ ในส่วนที่ต้องการให้ฉ่ำวาว อย่างพวกลิปกลอสแตะๆ บางๆ ที่ช่วงใต้ตาลงมาก็จะให้ความวาวได้ดีเช่นกัน แต่วิธีนี้อาจจะไม่เวิร์คกับมือใหม่นะ เพราะเราเคยลองแล้ว เป็นก้อนแบบไม่สวยเลย

เอาล่ะค่ะซิส ไม่ว่าจะวิธีไหนก็คือ เริ่ดหมด แต่ทางที่ดีคือ ต้องดูแลผิวให้เวิร์คซะก่อนนะ แล้วค่อยมาพูดกันต่อถึงการเมคอัพแบบฉ่ำวาว ส่วนใหญ่สาวไทยอย่างเราก็ต้องเลือกวิธีที่ง่ายที่สุดไว้ก่อน แต่ก็อย่าลืมให้ความสำคัญกับเรื่องผิวหน้า ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เข้ากับผิวหน้า และดื่มน้ำให้ได้เยอะๆ กันด้วยนะคะ

ขอขอบคุณแหล่งที่มา SistaCafe…

เตรียมผิวแต่งหน้า

เตรียมผิวแต่งหน้า สไตล์สาวญี่ปุ่น

เตรียมผิวแต่งหน้า

เตรียมผิวแต่งหน้า สไตล์สาวญี่ปุ่น

เตรียมผิวแต่งหน้า สไตล์สาวญี่ปุ่น

สไตล์สาวญี่ปุ่น เมื่อพูดถึงสาวญี่ปุ่นก็จะนึกถึงความใส ความเนียน ของผิวหน้าสาวญี่ปุ่น ผู้หญิงญี่ปุ่นมีรูปร่างที่งดงามไร้ที่ติและมีขนนุ่ม บาคาร่า และด้วยสไตล์และความสง่างามที่ยอดเยี่ยม ชาวญี่ปุ่นมีเสน่ห์ต่อโลกด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกประหลาด ดังนั้นให้เราเปิดเผยในการแต่งหน้าญี่ปุ่นบางส่วน กิจวัตรและเคล็ดลับความงามไปดูกันค่ะ

เตรียมผิวแต่งหน้า

เมคอัพเบส
การแต่งหน้าทุกอย่างเป็นไปด้วยดีหากทำอย่างถูกต้องเท่านั้น ดังนั้นหากคุณกำลังมองหารูปลักษณ์แบบญี่ปุ่นที่สมบูรณ์แบบรองพื้นแบบไร้ที่ติคุณภาพดีและคอนซีลเลอร์ที่ดี ให้เลือกรองพื้นในโทนสีเหลือง และก่อนทารองพื้นควรปรับผิวด้วยเมคอัพเบทก่อนเสมอ การทารองพื้นและคอนซีลเลอร์เป็นประจำซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นจริงๆ สิ่งนี้จะช่วยให้ผิวของคุณดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นทุก ๆ

เตรียมผิวแต่งหน้า

กลบจุดบกพร่อง
ควรใช้คอนซีลเลอร์กับใบหน้า ควรใช้เป็นหย่อมๆ ไปไม่ควรปาดไปทั้งใบหน้าเพราะเดียวจะดูหน้า และทำให้เป็นคราบได้ จุดประสงค์เพียงอย่างเดียวคือการซ่อนจุดที่ไม่สมบูรณ์ คุณสามารถเลือกสีรองพื้นและขึ้นอยู่กับคอนซีลเลอร์ของคุณให้เป็นไปในสีที่ใกล้เคียงกัน

เน้นมาสคาร่า
มาสคาร่าเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของสาวญี่ปุ่น มาสคาร่าเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไปไม่ได้เลยเพราะมันเป็นเสน่ห์ที่บ่งบอกถึงความเป็นสาวญี่ปุ่นมากๆ แต่อายไลเนอร์ไม่จำเป็นเท่าขนตาสามารถหลีกเลี่ยงอายไลน์เนอร์ได้เพียงแค่แต่งตาให้หวานๆ และไฮไลต์ ก็พอ หรือใครที่มีขนตาน้อย ขนตาปลอมของญี่ปุ่นนั้นธรรมชาติสุดๆ สามารถกที่เข้ากับเราได้ค่ะ

ใครที่อยากแต่งหน้าสไตล์ญี่ปุ่นนั้นสิ่งสำคัญคือการเตรียมผิว อยากให้สาวๆ นั้นสนใจรักษาดูแลใบหน้าให้ชุมชื้นอยู่เสมอ เพื่อการลงรองพื้นที่มีประสิทธิภาพและความเรียบเนียนเป็นธรรมชาติตลอดทั้งวันนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก pinterest ,fashionarrow.com…

ใส่รองเท้าผ้าใบ

ใส่รองเท้าผ้าใบ โดยไม่ใส่ถุงเท้ามีผลเสียอะไรบ้าง

ใส่รองเท้าผ้าใบ โดยไม่ใส่ถุงเท้ามีผลเสียอะไรบ้าง

ใส่รองเท้าผ้าใบ โดยไม่ใส่ถุงเท้ามีผลเสียอะไรบ้าง

รองเท้าผ้าใบ เป็นเครื่องแต่งกายที่ผู้ชายหลาย ๆ คนเลือกใช้ ด้วยความที่มีให้เลือก หลากหลายสไตล์ ตามรสนิยม หรือตามลักษณะการใช้งาน ไม่ว่าจะสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ใส่เล่นกีฬา หรือใส่ทำงาน ออกงานสังคม และในการแต่งตัวด้วยรองเท้าผ้าใบ บาคาร่า เชื่อว่าแต่ละคนน่าจะเคยคิดหรือตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องถุงเท้า หลายคนคงมีประสบการณ์และความเห็นไปต่าง ๆ นานา ว่าใส่ถุงเท้ากับรองเท้าผ้าใบดีหรือไม่

มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ค่อยชอบใส่ถุงเท้ากับรองเท้าผ้าใบ อาจจะเป็นเพราะว่าการสวมผ้าใบโดยไม่ต้องมีถุงเท้าให้ความรู้สึกลำลอง สบาย ๆ หรืออาจจะมีเหตุผลอื่น ๆ อย่างเรื่องรู้สึกร้อน อึดอัด ไม่สบายเท้า หรืออาจยังหาถุงเท้าที่แมตช์กับรองเท้าไม่ได้ บางคนก็อาจจะขี้เกียจซักถุงเท้าก็มี

ใส่รองเท้าผ้าใบ

แน่นอนว่าด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้ รองเท้าผ้าใบรุ่นใหม่ ๆ ที่ผลิตออกมาจำหน่ายได้มีการออกแบบรูปทรงและใช้วัสดุที่ทำให้สวมใส่สบายโดยที่ไม่ต้องใช้ถุงเท้า ทว่าโดยหลักทั่วไปแล้วถือว่าถุงเท้าคือสิ่งที่ช่วยป้องกันและลดปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบาดเจ็บจากการสวมรองเท้า บาดเจ็บจากการวิ่ง การเดิน และที่สำคัญเลยก็คือปัญหาเรื่องสุขอนามัย กลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เจอกันเป็นประจำ

ตามที่กล่าวไปแล้วว่าการใส่รองเท้าผ้าใบโดยไม่ใส่ถุงเท้านั้นอาจจะไม่ได้ถือว่าจะก่อให้เกิดปัญหาหรืออันตรายอะไร หากว่าเป็นรองเท้าที่สวมใส่สบายเข้ากับรูปเท้า และเป็นการใช้งานโดยทั่วไป ทว่าปัญหาบางอย่างคงจะเกิดขึ้นแน่นอนถ้าต้องสวมรองเท้าเป็นเวลานาน ๆ ติดต่อกัน หรือมีการใช้งานหนักอย่างเช่น ใส่รองเท้าไปวิ่ง ออกกำลังกาย หรือใส่ไปในที่ที่มีฝุ่นโคลน

สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือปัญหาทั้งกับเท้าของผู้สวมใส่และกับรองเท้าด้วย เพราะเท้าของเรามักจะมีเหงื่อออก ยิ่งเมืองไทยเป็นเมืองร้อนด้วยแล้ว บางคนถึงขนาดเท้าเปียกเลยก็มี ซึ่งในกรณีแบบนี้ถุงเท้าคือสิ่งที่จะช่วยดูดซับเหงื่อของเราไม่ให้ด้านในของรองเท้าเปียกชื้น แต่ในทางตรงกันข้ามหากรองเท้าเกิดความชื้นจากเหงื่อก็จะไปจับตัวกับคราบฝุ่น สะสมจนก่อให้เกิดการหมักหมม นำไปสู่ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์

นอกจากนี้การใส่รองเท้าผ้าใบโดยไม่ใส่ถุงเท้ายังอาจทำให้เกิดแผลบนเท้าของเราได้ เนื่องจากรองเท้าผ้าใบส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับใส่ด้วยเท้าเปล่า ทำให้เมื่อเกิดการเสียดสีไปนาน ๆ ก็จะเกิดตุ่มพองหรือแผลที่เท้า และยิ่งถ้าไปรวมกับกรณีก่อนหน้านี้ คือหากภายในรองเท้าสกปรกจากความอับชื้นจนก่อให้เกิดเชื้อราหรือแบคทีเรีย ก็อาจทำให้เกิดแผลอักแสบและติดเชื้อได้อีกด้วย

นั่นยังไม่รวมถึงกรณีของการบาดเจ็บอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการที่ไม่ได้เลือกใช้รองเท้าที่เหมาะกับรูปเท้า หรือสวมใส่รองเท้าผ้าใบที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไปไม่พอดี ที่อาจจะนำไปสู่อาการปวดเท้า หรือแม้แต่เกิดการบาดเจ็บในขณะเดินหรือวิ่ง ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจจะมีโอกาสเกิดน้อยลงด้วยการสวมใส่ถุงเท้า

การเลือกที่จะใส่หรือไม่ใส่ถุงเท้า คงเป็นเรื่องความชื่นชอบของแต่ละคนที่จะมองถึงความเหมาะสมจำเป็นในโอกาสต่าง ๆ การสวมรองเท้าผ้าใบโดยไม่ใส่ถุงเท้าย่อมให้ความรู้สึกสบาย ๆ มีสไตล์ เท่ไปอีกแบบ หากเป็นรองเท้าคุณภาพดีและเลือกมาเหมาะสมกับการใช้งาน

ทว่าการใส่ถุงเท้าขณะใส่รองเท้าผ้าใบก็จะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดปัญหาหลาย ๆ อย่าง ปัจจุบันนี้มีถุงเท้ามากมายหลายแบบให้เราเลือกใช้ ถ้าหากกลัวว่าถุงเท้าจะไม่แมตช์กับรองเท้าก็อาจเลือกใส่ถุงเท้าแบบสั้น ๆ ที่สูงถึงแค่ตาตุ่มก็ได้ หรือถ้าหากใส่ถุงเท้าแล้วรู้สึกร้อนอึดอัดก็อาจเลือกถุงเท้าแบบบางแทน

ฉะนั้นคงไม่ผิดอะไรหากเลือกสวมรองเท้าผ้าใบแบบง่าย ๆ สบาย ๆ แต่การสวมถุงเท้าก็มีประโยชน์และยังเท่ได้เหมือนกัน

ขอขอบคุณแหล่งที่มา lifehack.org, bustle.com…

พัฒนาความสัมพันธ์

พัฒนาความสัมพันธ์ ไปกับเครื่องประดับ JASMIN

พัฒนาความสัมพันธ์

พัฒนาความสัมพันธ์ ไปกับเครื่องประดับ JASMIN

พัฒนาความสัมพันธ์ เพราะเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาที่จะมีความรัก และมี ความสัมพันธ์ ที่ยั่งยืน ในช่วง

เวลาปลายฝนต้นหนาวปีนี้ JASMIN จึงขอเชิญชวนให้มาเติมความหวานเพื่อกระชับและความสัมพันธ์ไปกับ

เครื่องประดับที่จะบันทึกความรู้สึกในห้วงเวลาแห่งความรักให้อยู่กับคุณและคนพิเศษในทุกช่วงของความสัมพันธ์ ตั้งแต่เริ่มตกหลุมรัก ความสัมพันธ์ บาคาร่า ไปจนถึงช่วงที่ตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน กับแคมเปญ “JASMIN in Relationship” ผ่านสัญลักษณ์ของความรัก ความห่วงใย ความปรารถนาดี และคำมั่นสัญญา

พัฒนาความสัมพันธ์

ในการที่จะเริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครสักคน การสร้างความประทับใจเป็นเรื่องสำคัญ การส่งมอบความรัก ความปรารถนาดีผ่านของขวัญชิ้นเล็กๆ แต่มีความหมายอย่าง สร้อยคอประดับจี้เพชรจาก The Modest Facet Collection และ Kukicha Collection ในโอกาสต่างๆ ถือเป็นการแสดงความสนใจและเอาใจใส่เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นตัวแทนให้ระลึกถึงความทรงจำดีๆ ในช่วงเวลาเริ่มต้นเมื่อความสัมพันธ์พัฒนาไปในอนาคตอีกด้วย

พัฒนาความสัมพันธ์

และเมื่อความสัมพันธ์พัฒนาขึ้นไปในระดับหนึ่ง “แหวน” ที่เป็นตัวแทน “คำสัญญา” อย่าง “แหวนคู่” ใน Collection ต่างๆ ของ JASMIN ก็ถือเป็น Item ชิ้นสำคัญที่ผูกความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น และยังเป็นตัวแทนในการ บ่งบอกถึงสถานะความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้สังคมได้รับรู้ นอกจากนี้ “แหวน” ยังถือเป็นสัญลักษณ์สากลสำหรับ “การหมั้นหมาย” เมื่อความสัมพันธ์ดำเนินมาถึงจุดที่มีการตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันอีกด้วย

เมื่อความสัมพันธ์ดำเนินมาถึงช่วงเวลาที่คนสองคนตัดสินใจจะใช้ชีวิตร่วมกัน การเฉลิมฉลองในงานแต่งงาน จึงถือเป็นพิธีการสำคัญของชีวิตคู่ เครื่องประดับใน Collection ต่างๆ อาทิ The Beginning Collection, Fundamental Collection รวมไปถึง Collection ใหม่ล่าสุดอย่าง Aqua Collection ที่มีดีไซน์โดดเด่น กับทรงห้อยระย้า สื่อให้เห็นถึงการไหลของหยดน้ำหรือสายน้ำที่สื่อถึงความใสบริสุทธิ์และสวยงาม ก็สามารถเพิ่มความสวยงามและความมั่นใจให้กับเจ้าสาวได้อย่างลงตัว

พัฒนาความสัมพันธ์

แต่ถึงแม้การแต่งงานจะดูเป็นเป้าหมายหลักเวลาพูดถึงเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ พิธีการนี้ก็เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น เพราะชีวิตคู่ที่มนุษย์ใฝ่หาคือความสัมพันธ์ที่ยืนยาวเพื่อที่จะได้อยู่คู่กับใครสักคนไปตลอดชีวิตต่างหาก และเพื่อรักษาความสัมพันธ์ให้ยั่งยืนไปตราบกาลนาน การทะนุถนอมและแสดงความรักความห่วงใย ผ่านเครื่องประดับของ JASMIN อย่าง Coexisting Collection ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ก็ถือเป็นการย้ำเตือนความสำคัญของคนพิเศษให้ความรู้สึกดีๆ ยังคงอยู่คู่ความสัมพันธ์ของเราตลอดไป

สามารถหาของขวัญ หรือสัญลักษณ์เพื่อบันทึกความรู้สึกในห้วงเวลาต่างๆ ของความสัมพันธ์ได้ที่ JASMIN ทุกสาขา ได้แก่ สาขาดิเอ็มโพเรียม ชั้น M, สาขาโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ชั้น Lobby และสาขาสยาม ทาคาชิมายะ (ไอคอนสยาม) ชั้น 1 หรือสามารถอัพเดทข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : jasmin.jewely, IG : jasmin.jewelry และ Website : www.jasmin-jewelry.com

ขอขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com…

มาดูกัน

มาดูกัน 5 เทคนิคที่จะทำให้สูทราคาถูกดูแพงมากขึ้น!

มาดูกัน

มาดูกัน 5 เทคนิคที่จะทำให้สูทราคาถูกดูแพงมากขึ้น!

มาดูกัน 5 เทคนิคที่จะทำให้สูทราคาถูกดูแพงมากขึ้น!

วันนี้ขอนำเสนอเทคนิคจาก MEGAN GUSTASHAW ที่จะทำให้สูท ราคาถูก ดูแพงมากยิ่งขึ้น กับ 5 เทคนิคง่ายๆ มีไรบ้างนั้น มาดูกัน!

1.เลือกแขนเสื้อให้พอดีกับตัวเอง

2.เปลี่ยนกระดุม บาคาร่า เพราะสูทราคาถูกมักมาพร้อมกับกระดุมราคาถูก ที่แตกหักง่าย

3.เพิ่มข้อพับที่ขากางเกง

4.ลองใส่สไตล์โมโนโครม

5.จบด้วยรองเท้าราคาแพง

หนุ่มๆคนไหนอ่านแล้วก็อย่าลืมทำตามกันนะ!

ขอขอบคุณแหล่งที่มา postjung.com…